Reviews

Horizon Forbidden West – รีวิว [REVIEW]

โดย ปอลนาโช่

รีวิว Horizon Forbidden West

*รีวิวนี้เล่นบน PS5 แบบโหมดประสิทธิภาพ
**ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Sony Interactive Entertainment Singapore มา ณ โอกาสนี้

ผมใช้เวลาไปประมาณ 25 ชั่วโมงเพื่อตะลุยเกม horizon forbidden west ให้จบแค่เฉพาะตัวแคมเปญหลักอย่างเดียว เพื่อจะได้วิเคราะห์ภาพรวมของเนื้อเรื่องได้อย่างซึมซับต่อเนื่อง หลังจากนั้นจึงเป็นการเล่นแบบท่องโลก ไล่เก็บภารกิจรองต่าง ๆ เพื่อตรวจดูกลไกของเกมบางอย่างที่ผมอาจเล่นผ่านไปโดยไม่ทันได้พิจารณา ซึ่งถึงตอนนี้ผมไม่ได้นับแล้วล่ะว่าใช้เวลาเล่นไปนานเท่าไหร่ เอาเป็นว่าประสบการณ์เกมในครั้งนี้ของผม ขอบอกเลยว่าคุ้มค่ากับเวลาชีวิตอย่างแท้จริงครับ ส่วนจะเป็นเพราะสาเหตุใดบ้าง ผมขอแจ้งเป็นประเด็นต่าง ๆ ดังนี้

Story

เริ่มเกมมาผู้เล่นจะได้รับการบอกเล่าสั้น ๆ ว่า สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มขึ้นไม่นานนักหลังตอนจบของภาคแรก โดยเอลอย พรานสาวชาวโนร่า รับรู้ว่าภัยร้ายยังไม่หมดสิ้น และเธอจำเป็นต้องฝืนคำเตือนของชาวเผ่าเธอเองตลอดไปจนถึงชาวเผ่าคาร์จา ที่ต่างก็ไม่อยากให้ใครเข้าไปยังดินแดน “ตะวันตกต้องห้าม” ซึ่งแท้จริงแล้วแต่เดิมก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเธอต้องเดินทางเข้าไปเพื่อค้นหาหนทางปกป้องโลกนี้ไว้จากภัยร้ายให้ได้

พล็อตเรื่องเริ่มจากจุดนั้นครับ ผมจะไม่เล่าเรื่องราวต่อจากนี้ แต่จะขออธิบายภาพรวมของดินแดนต่าง ๆ ให้คุณผู้อ่านได้ทราบคร่าว ๆ กันก่อนว่า กลุ่มของเอลอยนั้นจะตั้งหลักเตรียมตัวกันที่เมืองเมอริเดียน นครหลวงของคาร์จา พันธมิตรสำคัญของเอลอย (แค่แผนที่ช่วงแรกนี้ก็มีภารกิจให้ทำเพียบแล้วครับ) ขณะที่ดินแดนตะวันตกซึ่งเป็นผืนดินกว้างขวางใหญ่โตนั้น ผู้คนที่เรียกตัวเองว่าชาวเทนาคธ์ อยู่กันหลายเผ่า มีปฏิสัมพันธ์ทางการเมืองกันแบบหลวม ๆ กล่าวคือต่างฝ่ายต่างคานอำนาจกันเอง และพร้อมที่จะเกิดการสู้รบแย่งความเป็นใหญ่กันได้ทุกเวลา

อย่างไรก็ตาม แต่ละเผ่าของเทนาคธ์เหล่านี้ก็ยังมีระบบสภาหัวหน้าเผ่า ที่ช่วยให้สามารถสร้างอิทธิพลต่อรอง และมีระบบการทูตเพื่อเรียกร้องเก็บส่วยจากเผ่าคาร์จาที่อยู่ฝั่งตะวันออกได้อีกด้วย

สรุปแล้วก็คือ ผู้เล่นจะได้เข้าไปผจญภัยในดินแดนที่ปั่นป่วนไปด้วยสงครามกลางเมือง ขณะเดียวกันก็ต้องหาทางดิ้นรนขอผ่านแดนไปเพื่อบรรลุภารกิจกู้โลกให้สำเร็จ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ บอกเล่าผ่านฉากคัตซีนและการดำเนินภารกิจต่าง ๆ ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบกับภาค Horizon Zero Dawn ผมมีความรู้สึกว่า ตัวพล็อตมันยกระดับอลังการขึ้นจริงครับ แต่ด้วยการที่มีซับพล็อตเยอะมาก ทำให้มันดูไม่ค่อยต่อเนื่อง บางตัวละครโผล่มาต้นเกมพร้อมปมเรื่องสำคัญ แต่ก็ขาดการพัฒนาเนื้อหาต่อก่อนปรากฏตัวอีกทีช่วงท้ายแคมเปญหลักซะแล้ว มันเลยดูขาดช่วงขาดตอนไปบ้างเหมือนกัน

ขณะที่เรื่องราวต้นกำเนิดของเอลอย เรื่อยไปจนถึงมรดกของโครงการยิ่งใหญ่ในอดีตนั้น ภาคนี้สานต่อปมดังกล่าวได้อย่างใหญ่โตจนผมต้องอ้าปากค้างหลายครั้งเลย! คือนึกไม่ถึงว่าจะมามุกนี้ ไว้รอไปเล่นกันดูนะครับ เรื่องแบบนี้อยู่ที่รสนิยม บางคนอาจชอบบางคนอาจเหวอ ๆ ก็ได้

ดังนั้น สำหรับหัวข้อเนื้อเรื่องเกม ผมขอเคาะให้อยู่ที่ระดับกลาง ๆ มีปัญหาด้านการดำเนินเรื่องราวอยู่บ้าง แต่พล็อตรวมผมว่าโอเคอยู่ ถ้าเป็นหนังก็คือดูได้ไม่เสียดายเงินอ่ะครับ แต่บางครั้งผมรู้สึกว่าตัวเองชอบการเล่าเรื่องในภาคแรกมากกว่านิดหน่อยนะ

Gameplay

ก่อนเข้าเรื่องในส่วนของเกมเพลย์ ขอบอกให้ทราบว่าตัวเกมที่ผมเล่นเป็นเวอร์ชันต้นฉบับก่อนส่งเข้าสู่กระบวนการณ์ปั๊มแผ่น เรียกได้ว่าเป็น V แรก ๆ ซึ่งยังไม่ได้อัปเดตแพตช์เดย์วัน ทำให้ผมประสบกับบั๊กในเกมค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว บั๊กบางอย่างน่าหงุดหงิดถึงขั้นทำให้เอลอยไม่สามารถเปลี่ยนอาวุธระหว่างต่อสู้ได้เลย และเกือบทุกครั้งที่มีการฟาสต์ทราเวล ก็จะได้เห็นการโหลดฉากตามไม่ทันตลอด จะเห็นเป็นภาพพื้นผิวหยาบ ๆ ก่อนค่อยทวีรายละเอียดจนเต็มจอ

อย่างไรก็ตาม ทีมงานโซนี่ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้ทราบก่อนแล้ว และพอดีเมื่อไม่กี่วันก่อนที่ผมจะเผยแพร่บทรีวิวชิ้นนี้ ตัว แพตช์สำหรับผู้รีวิว ก็มาพอดี ซึ่งทดสอบดูแล้วก็แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้จริงครับ ผมจึงไม่ขอตัดคะแนนใด ๆ ในประเด็นนี้ (ตอนแรกกะหักแต้มแล้วจริงนะ ถ้าแพตช์มาแล้วยังแก้ไม่ได้) แต่ผมก็ยังอดห่วงผู้ที่วางแผนเล่นเกมนี้บน PS4 ว่าจะได้รับประสบการณ์ที่ราบลื่นเพียงใด เพราะตัวเกมค่อนข้างรีดประสิทธิภาพของเครื่องคอนโซลโหดใช้ได้เลยทีเดียว

อ่ะถือว่าจบเรื่องเล่าสู่กันฟัง…มาว่ากันต่อในหัวข้อระบบเกมการเล่น ซึ่งผมบอกได้ทันทีเลยว่า นี่คือการ “อัปเกรด” ทุกอย่างจากภาคที่แล้วได้ดีจนถึงขั้นตกผลึก ทีมงาน Guerrilla Games ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ (อีกแล้ว) ให้กับเกมผจญภัยโอเพ่นเวิลด์ ที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

คือหลังเล่นจบแคมเปญหลัก ผมรู้สึกแบบนี้ครับว่า ไม่ว่าผมจะรู้สึกอย่างไรกับตัวเนื้อเรื่อง แต่ไอ้ระบบเกมเพลย์นี่ต่างหากคือความสุดยอดที่แท้จริง ฟังก์ชันต่าง ๆ ได้รับการออกแบบมาอย่างดีทำให้เล่นแล้วสนุก ไม่ว่าคุณจะวิ่งทำภารกิจรอง, ปีนป่ายหาของสะสมหรือไอเท็มพิเศษ, บุกตีค่ายคนเถื่อน, ดำน้ำหาความลับต่าง ๆ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเล่นได้เพลิดเพลินไม่มีเบื่อ เพราะทุกการเคลื่อนไหวหรือท่วงท่าต่อสู้ของเอลอย ได้รับการออกแบบมาดีมาก

ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างตอนเอลอย เดินผ่านสภาพพื้นผิว ทั้งดิน หิน โคลน หิมะ น้ำขัง ฯลฯ ร่างกายและการเคลื่อนไหวทรงตัว จะสอดคล้องกับสภาพพื้นดินตรงจุดนั้น ๆ

แค่เดินยังลงดีเทลกันละเอียดยิบ ลองนึกถึงตอนสู้กับเหล่าแมชชีน (สัตว์จักรกล) ดูสิครับ, ผมบอกเลยว่าอลังการชนิดที่ว่าถ้านั่งเล่นอยู่กลางบ้าน พ่อแม่พี่น้องทุกท่านต้องหยุดดูแน่นอน นึกว่าเราดูหนังอยู่อะไรประมาณนั้น

รูปแบบภารกิจ

ในส่วนของรูปแบบเควสต์ที่เราจะได้ทำในเกม ขอบอกเลยว่าเพียบครับ! เอาง่าย ๆ เลยนะ แค่การเคลียร์แคมเปญหลักนั่นยังถือแค่ว่าได้เล่นเกมนี้ไปราว 20-30% เท่านั้น เพราะสิ่งที่คุณจะได้รับอย่างแท้จริงหลังจากจ่ายเงินซื้อเกมนี้ไปก็คือ โลก “ตะวันตกต้องห้าม – Forbidden West” ขนาดใหญ่นี่ต่างหากครับ คือมูลค่าของตัวเกม ฉากอันอุดมไปด้วยเนื้อหาเรื่องราวและดันเจี้ยนให้คุณได้บุกตะลุยเข้าไปตามแต่ใจ (และเวลาชีวิต) จะเอื้ออำนาย

โดยปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ คุณจะสามารถเข้าควบคุม (โอเวอร์ไรด์) นกเหล็กบินได้ ก็ตอนช่วงท้าย ๆ ของแคมเปญเนื้อเรื่องแล้วครับ นี่หมายความว่าอย่างไร? คำตอบก็คือ ตัวเกมมอบความสามารถในการบินให้กับคุณเพื่อเอาไปเล่นบรรดาคอนเทนต์หลังเคลียร์เกมได้แล้วนั่นเอง บรรดาพื้นที่ ๆ เคยเข้าไม่ถึง ตอนนี้คุณสามารถขี่นกไปลงจอดได้อย่างสบาย แถมจะเดินทางข้ามฉากแผนที่ไกล ๆ ก็สะดวกรวดเร็วมาก กระตุ้นให้เล่นเกมต่อได้จนจบ 100% กันไปเลย

ด้านรูปแบบภารกิจ ในเกมนี้มีทั้งหมด 15 ประเภทครับ! ใช่แล้วคุณอ่านไม่ผิดหรอก เพราะนอกจากมิชชั่นหลัก, รอง แล้ว ยังมีพวก ตามหาของสะสม, ปีนป่ายทอล์เน็ก, พื้นที่ล่า, หลุมสู้ประชิดตัว, ค่ายกบฏ, แค้มกบฏ, บุกสุสานโบราณคอลดรอน, แข่งขี่แมชชีนประลองความเร็ว เป็นต้น เรียกได้ว่า เล่นกันยาว ๆ เกือบ 100 ชั่วโมงน่าจะได้อยู่

สกิล, อาวุธ และเหล่าแมชชีน

สำหรับระบบสกิล ตัวเกมแบ่งการพัฒนาตัวละครเป็น 6 กลุ่มวิชาชีพ คือ นักรบ, นักทำกับดัก, พราน(ธนู), ผู้รอดชีวิต(เสริมทักษะการใช้ไอเท็มเพิ่มพลัง), เจาะเกราะ(การลอบเร้น, ลอบสังหาร) และ แมชชีนมาสเตอร์ ซึ่งสกิลทั้งหมดนี้ก็ถือว่าตัวเกมทำได้ดีตามมาตรฐาน คนเล่นจะค่อย ๆ พัฒนาฝีมือไปตามขั้นตอน โดยใครชอบด้านไหนก็เน้นหนักไปทางหนึ่งได้ ส่วนตัวผมไม่มีปัญหาอะไรกับระบบดังกล่าว ถือว่า Horizon Forbidden West ทำได้ดีครับ

มีประเด็นเสริมนิดนึงคือ สำหรับทุกสกิล เมื่ออัปเกรดไปจนถึงระดับหนึ่งจะสามารถปลดล็อคท่าพิเศษได้ ซึ่งเวลาใช้จะมีอนิเมชั่นสวยงามแบบเวลาตัวการ์ตูนปล่อยท่าไม้ตายอ่ะ และเมื่อเอาไปใช้ระหว่างต่อสู้ แอ็กชันที่ได้จะเท่มากมาย ดูสวยงามสมเป็นเกมเน็กซ์เจนจริม ๆ

ด้านอาวุธในเกม ภาคนี้มีหลายประเภทมากขึ้น มีอาวุธแปลกใหม่ อาทิ ถุงมือฉีกทำลาย (อาวุธพิเศษของคาร์จาที่ใช้กระสุนฉีกทำลายชิ้นส่วนศัตรู) มันจะคล้าย ๆ กับเครื่องดีดกงจักรหมุน ๆ อ่ะครับ, The Pullcaster อันนี้ไม่เชิงเป็นอาวุธแต่มันคืออุปกรณ์ใหม่ใช้ดึงทำลายอุปสรรคขวางทาง หรือใช้ดึงตัวเอลอยให้ขึ้นไปยังที่สูงได้ ต่อมาคือชิลด์วิง โล่พลังงานที่ใช้กางเพื่อร่อนลงจากที่สูง ซึ่งมันใช้แค่การร่อนลงมาเป็นหลักนะครับ ไม่ค่อยจะบินไปได้ไกลเท่าไหร่ ตอนแรกที่ดูจากตัวอย่างเกมผมนึกว่ามันจะใช้เหินไปได้ระยะทางไกลกว่านี้

มาถึงเหล่าหุ่นยนต์สรรพสัตว์ที่มีมากมายหลายประเภทในเกม ขอบอกเลยว่าเยอะจริงครับ เล่นจนจบเนื้อเรื่องหลักก็ยังเจอพวกมันไม่ครบทุกประเภทเลย เข้าใจว่าต้องไล่หาไล่เปิดแผนที่ ทำเควสต์รองเยอะ ๆ ถึงจะเจอหมด โดยเมื่อกดดูจากเมนูในเกมจะพบว่า ตัวเกมระบุมีแมชชีนทั้งหมด 43 ประเภท ตัวเท่ ๆ เป็นที่น่าจดจำก็ได้แก่ งูยักษ์ “สลิทเธอร์แฟง” ที่ปรากฏตัวในเทรลเลอร์โปรโมตเกม โดยมันเป็นจักรกลสู้รบขนาดมหึมาแต่รวดเร็ว ระยะโจมตี (ฉก) ไกลมาก, ช้างแมมมอธเหล็ก “เทรเมอร์ทัสก์” ตัวใหญ่ยักษ์แต่ค่อนข้างเชื่องช้า ทว่ามีเกราะอย่างหนา ทนทานกับอาวุธทุกรูปแบบ แถมบนหลังติดอาวุธยิงไว้เพียบ, จระเข้ “สแนปมอว์” หุ่นยักษ์ครึ่งบกครึ่งน้ำ รวดเร็วและหวงถิ่น เวลาเจอมันขณะดำน้ำทะเลนี่อย่างสยองบอกเลย, คลอว์สไตรเดอร์ ที่จำลองมาจากไดโนเสาร์แรปเตอร์ พวกมันจะออกล่าเป็นฝูง มีทั้งอาวุธระเบิดธาตุและการกระโดดเข้าจู่โจมอันทรงพลัง ฯลฯ

การแปลภาษาไทย

มาถึงหัวข้อสำคัญสำหรับแฟนเกมชาวไทย ซึ่งผมมีเรื่องขำ ๆ มาเล่าให้ฟัง (อีกแล้ว) กล่าวคือ ตัวเกมที่ผมได้รับมารีวิวตอนแรก มีการแสดงผลภาษาไทยที่ผิดพลาดจนน่าตกใจ ก็พวกไม้เอกไม้โทหาย, ทับซ้อนกัน อันเป็นปัญหาโลกแตกของการแสดงผลตัวอักษรไทยในสื่อดิจิทัลทั้งหลาย ทีนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าในตัวแพตช์อัปเดตแก้ไข ทีมงานเขาจะรวมการแก้ปัญหาในส่วนนี้มาด้วยหรือไม่ ผมก็ได้แต่จดบันทึกรอการหักแต้มไว้ก่อน

ซึ่งพอเกมได้รับการอัปเดต ก็เป็นที่น่าดีใจครับว่าปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขเกือบทั้งหมดเลยทีเดียว โดยเฉพาะในเมนู ที่แก้คำไทยให้ถูกต้องได้หมด ต่างจากเวอร์ชันแรกอย่างเห็นได้ชัด จะมีตกหล่นบ้างในหน้ารายละเอียดจำพวก ประวัติตัวละคร, ของสะสม, ดาต้าพอยต์ ที่ยังพบการตัดคำผิดพลาด การสะกดผิด ไม้เอกไม้โทหาย ฯลฯ แต่ก็นับว่าน้อยมากแล้วครับ อยู่ในข่ายที่ยอมรับได้ โดยผมมีข้อสังเกตแบบนี้ครับ กล่าวคือในหน้าเมนูเนี่ย ผมเชื่อว่าเอนจิ้นของเกมมีโครงสร้างเป็นแถบช่องสำหรับให้ใส่คำ ทีนี้แถบช่องดังกล่าวน่าจะมีขนาดจำกัด ทำให้วรรณยุกต์ด้านบนกับล่างของคำไทย จะโดนเฉือนออกไปนิดนึง (อาทิ สระอู หรือไม้เอกไม้โท ที่ส่วนปลายจะขาดหายไป) ซึ่งก็คงเป็นลักษณะเฉพาะของเกมที่คงไม่เกี่ยวกับเรื่องของการแปลครับ

อย่างไรก็ดี ถ้าว่ากันเฉพาะเรื่องสำนวนแปล ผมว่าคุณภาพงานยังด้อยกว่าผีแห่งสึชิม่า อยู่เยอะเลยทีเดียว เอเจนซี่น่าจะคนละเจ้ากัน ซึ่งก็เป็นแค่การคาดเดาของผมเองนะครับ

Graphic

หัวข้อทีเด็ดผมเอามาไว้ทีหลังสุดเลย 555 ใช่แล้วครับ กับประเด็นสุดท้ายในบทความรีวิวชิ้นนี้และถือเป็นหัวใจสำคัญของเกม Horizon Forbidden West นี้นี่เอง นั่นก็คือ “เกมสวย” สุดยอดเลยครับ! งานกราฟิกละเอียดยิบ เผลอ ๆ อาจเป็นเกมที่มีงานภาพน่าทึ่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมาสำหรับเกมโอเพ่นเวิลด์ ผมจะอธิบายยังไงดี คือ งานภาพที่ได้ออกมา ทั้งฉาก, ดีเทลตัวละคร ไปจนถึงแสงสีและเอฟเฟกต์ผิวน้ำ, ใต้น้ำ มันสวยหมดจด เกรดเดียวกับเกมอย่าง Ratchet & Clank: Rift Apart หรือ Uncharted: Legacy of Thieves Collection แต่มันมาในแบบโอเพ่นเวิลด์ไงครับ! คือไม่ว่าคุณจะเดินทางไปมุมไหนในโลกเกม ก็จะได้ฉากสวยงามอลังการ และบรรดาคัตซีนต่าง ๆ แม้ในภารกิจรอง ก็ล้วนให้ภาพกราฟิกที่สวยสดงดงาม ผมว่าแค่เรื่องกราฟิกอย่างเดียวนี่ก็คุ้มค่าเกมแล้วนะ

เรื่องระบบการดำน้ำใต้ทะเลในเกม ที่ผมแทบไม่ได้เอ่ยถึงเลยในหัวข้อเกมเพลย์ที่ผ่านมาก็เพราะว่า เอาจริง ๆ ระบบการเล่นมันก็ไม่ต่างจากเกมผจญภัยอื่น ๆ ที่มีฉากว่ายน้ำ, ดำน้ำหรอกครับ แต่ที่เกมนี้โดดเด่นกว่าจริง ๆ ก็คือกราฟิกใต้น้ำต่างหาก ซึ่งมันดูสวยสมจริงไปอีกระดับ ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของงานภาพในเกม

ขณะที่โหมดถ่ายภาพในเกมถือว่าออกแบบมาให้ใช้งานได้สะดวกมาก จับภาพได้ทุกรูปแบบ ทุกมุมกล้อง ทุกจังหวะการเล่น ไว้ลองเล่นกันดูนะครับหากใครสั่งซื้อเกมไว้แล้ว

ทิ้งท้ายกันเรื่องฟังค์ชั่นของจอยดูอัลเซนส์ ผมอธิบายง่าย ๆ เลยว่ามันคล้ายกับใน Astro playroom โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความรู้สึกที่ได้ขณะง้างและยิงธนู เล่นแล้วได้อารมณ์สมจริงมาก ๆ

CONCLUSION

ทีแรกหลังเล่นเกมจบ ผมมองว่าตัวเกมยังมีจุดบกพร่องอยู่หลายจุดรวมทั้งบั๊กอีกเป็นโหล ก็เลยเล่นบรรดาภารกิจรองไปเรื่อย ๆ รอตัวอัปเดต ซึ่งพอได้รับการอัปเดตล่าสุดแล้ว กลายเป็นว่าเกมแทบไม่เหลือจุดให้ผมหักคะแนนเลยทีนี้! (ฮา) ก็เอาเป็นว่า Horizon Forbidden West กลายเป็นหนึ่งในว่าที่ผู้ท้าชิงเกมออฟเดอะเยียร์ประจำปี 2565 นี้ไปแล้วล่ะ คุณภาพงานกราฟิกระดับนี้คงกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของวงการและเป็นกรณีศึกษาให้กับบรรดาค่ายเกมต่าง ๆ แถมมันยังมาพร้อมระบบเกมเพลย์ที่แน่นปึ้ก เล่นสนุก คอนเทนต์เยอะ ถือว่าใครมี PS5 อยู่ที่บ้านก็ควรจัดหามาติดเครื่องไว้ ไม่มีเสียดายเงินแน่นอน

GOOD
  • กลไกต่าง ๆ ในเกมออกแบบมาได้เนี้ยบมาก สมเป็นเกมทุนสูงจากค่ายยักษ์ใหญ่
  • โลกเกมใหญ่ คอนเทนต์เยอะ ฉากสวย ดีเทลตัวละครละเอียดยิบ เกมเล่นได้นาน จบแล้วก็ยังเล่นต่อได้เรื่อย ๆ
  • ใช้ลูกเล่นของจอย PS5 และประสิทธิภาพของคอนโซลได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการโหลดอันรวดเร็ว การฟาสต์ทราเวลที่รู้สึกว่า “fast” อย่างแท้จริง
  • การต่อสู้กับแมชชีนแต่ละตัว ล้วนตื่นเต้นเร้าใจแถมอลังการวินาศสันตะโรสะใจดีมาก
  • ฉากทะเล, ชายหาด และการต่อสู้ใต้น้ำ คือทีเด็ดห้ามพลาด
BAD
  • การวางจังหวะดำเนินเรื่องยังไม่เนียน โดยเฉพาะบทของตัวละครเด่นที่สุดท้ายหลายคนดูไม่มีมิติความลึก แถมเกมเดินเรื่องเนิบช้าในตอนต้นแต่ไปเร่งรวบรัดเอาตอนจบในไม่กี่ภารกิจอีกต่างหาก
  • คำแปลไทยและสำนวนแปล ยังมีผิดพลาดอยู่บ้าง

The Review

90% ผจญภัยแดนต้องห้าม ติดตามสาวเอลอย

นี่คือเกมผจญภัยแบบโอเพ่นเวิลด์ที่ใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบมากที่สุดในยุคนี้ ใครเล่นภาคแรกมาแล้วก็ไม่ควรพลาด Horizon Forbidden West ด้วยประการทั้งปวง หากใครยังไม่เคยลองเลย ผมขอแนะนำครับว่าเกมนี้เล่นแล้วคุ้มเงินลงทุนแน่นอน และด้วยคุณภาพงานระดับนี้ ผมฟันธงว่ามีภาคสามตามมาอีกในอนาคตชัวร์ ๆ

90%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์