News

เผยข้อมูลเพิ่มเติม The DIOFIELD CHRONICLE เกมใหม่จาก SQUARE ENIX

SQUARE ENIX CO., LTD ได้ประกาศวันนี้ว่า The DioField Chronicle ™ จะวางจำหน่ายภายในปี 2022 นี้ บนPlayStation®5/PlayStation®4/Xbox Series X|S/Xbox One/ Nintendo Switch™/Steam®

The DioField Chronicle คือเกมซิมูเลชั่นอาร์พีจีใหม่เอี่ยมที่จะบอกเล่าเรื่องราวมหากาพย์แห่งสงครามและเกียรติยศ ภายในโลกอันมีเอกลักษณ์ซึ่งผสมผสานแฟนตาซียุคกลางและโลกยุคปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน ตัวเกมจะมีกราฟิกที่สวยงามและไม่เหมือนใคร พร้อมด้วยระบบต่อสู้แบบเรียลไทม์ที่ลึกซึ้งและแปลกใหม่

การต่อสู้เชิงกลยุทธ์ในแบบเรียลไทม์บนสมรภูมิที่สวยงาม จะให้ความรู้สึกเสมือนเป็น “ไดโอราม่า” ที่มาพร้อมกับอิสรภาพขั้นสูงสำหรับผู้เล่นและเกมเพลย์ที่ลึกซึ้ง ผู้เล่นจะได้ตัดสินใจเสี้ยววินาทีตามสภาพการรบ จากนั้นก็ออกคำสั่งเพื่อใช้ประโยชน์จากขุมกำลังของกองทัพไม่ว่าจะความแข็งแกร่งหรือจุดอ่อน หรือจะใช้สกิลอย่างชาญฉลาดเพื่อมีชัยเหนือข้าศึก

ทีมพัฒนานั้นประกอบไปด้วยผู้ออกแบบตัวละคร ไทคิ (ผลงานเด่น: Lord of Vermillion III, IV ) ศิลปินผู้วาดคอนเซปต์ คามิโกะคุเรียว อิซามุ (ผลงานเด่น: FINAL FANTASY XII, XIII ) และผู้ประพันธ์เพลง รามิน ดียาวาดี และแบรนดอน แคมป์เบล (ผลงานเด่น: Game of Thrones) ผู้ที่ความสามารถของพวกเขาจะช่วยทำให้ผลงานชิ้นนี้ลุ่มลึกยิ่งขึ้นไปอีก

ความหลงใหลและความมุ่งมั่นของทีมพัฒนาจะส่องประกายให้เห็นผ่านทางการต่อสู้เชิงกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ รวมถึงเรื่องราวที่เต็มไปด้วยตัวละครที่มีสเน่ห์ซึ่งมีชีวิตขึ้นมาได้ด้วยนักพากย์ผู้มากความสามารถ
ตัวอย่างทีเซอร์ The DioField Chronicle https:// youtu.be/h9pIEPJRjRo

ฟีเจอร์เด่นของเกม

เรื่องราวที่ลึกซึ้งและชวนติดตาม ที่มีชีวิตขึ้นมาได้ด้วยกราฟิกของยุคล่าสุด
“Real Time Tactical Battle” (RTTB), ระบบต่อสู้แบบเรียลไทม์ชนิดใหม่ ที่ต้องใช้กลยุทธ์สูงมาก
การกำเนิดใหม่ของ SRPG ที่รังสรรค์โดยทีมงานพัฒนาผู้มากฝีมือและมากประสบการณ์

ซิมูเลชั่นอาร์พีจีใหม่เอี่ยม นำเสนอโดย Square Enix
นี่คือซิมูเลชั่นอาร์พีจีใหม่เอี่ยม ที่จะบอกเล่าเรื่องราวมหากาพย์ของสงครามและเกียรติยศ บนโลกอันเป็นเอกลักษณ์ที่นำเสนอด้วยกราฟิกอันงดงามซึ่งผสมผสานความแฟนตาซียุคกลางและยุคปัจจุบันเข้าไว้ด้วยกัน และยังมีระบบการต่อสู้แบบเรียลไทม์ที่ลึกซึ้งและแปลกใหม่

การต่อสู้เชิงกลยุทธ์ในแบบเรียลไทม์ที่ลึกซึ้ง
การต่อสู้ในเกมนี้จะตัดสินกันที่การประเมินสถานการณ์บนสมรภูมิที่ฉับไว และการออกคำสั่งเด็ดขาดเพื่อใช้ประโยชน์จากกองกำลังของคุณไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งหรือจุดอ่อนที่มี เพื่อที่จะมีชัยเหนือข้าศึก
จงใช้สกิลอันหลากหลายอย่างชาญฉลาด รวมถึงคลาส (ชนิดของกองกำลัง) และอุปกรณ์เพื่อจู่โจมศัตรูและทำภารกิจให้สำเร็จ

ฉากการสู้รบในสไตล์ “ไดโอราม่า” ที่สมจริง
สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและวัฒนธรรมบนเกาะของ DioField ที่ได้รับการนำเสนออย่างเพียบพร้อมด้วยรายละเอียดและสมจริง ผสมผสานกับเท็กซ์เจอร์ในแบบ “ไดโอราม่า” ที่ไม่เหมือนใครก่อให้เกิดเป็นภาพที่งดงามและชัดเจน

เนื้อเรื่อง

ยุคสมัยแห่งเทวตำนานได้ผ่านพ้น ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความสับสนวุ่นวาย…โลกมนุษย์ตกอยู่ในกลียุค เพราะสงครามก่อเกิดทั่วทุกหย่อมหญ้าเป็นเวลาหลายปีแบบไม่มีที่สิ้นสุด
กลุ่มทหารรับจ้างได้ถือกำเนิดขึ้นมาท่ามกลางเปลวเพลิงและความโกลาหล และพวกเขาคือผู้ที่โชคชะตาลิขิตไว้ว่าวีรกรรมจะถูกเล่าขานไปอีกชั่วหลายอายุคน
แต่ทว่าเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง ชื่อของ “บลูฟ็อกซ์” จะถูกเรียกขานอย่างเปี่ยมความหวังหรือเต็มไปด้วยโศกนาฏกรรมอันมืดทมิฬกันแน่?

ตัวละคร

อันดริอัส รอนดาร์ซัน

หนึ่งในสี่ผู้นำแห่งบลูฟ็อกซ์ เขาเป็นคนสุขุม เยือกเย็น และเป็นผู้นำที่มากความสามารถ ในวัยเยาว์นั้น ตัวเขาได้ไปเข้าตาขุนนางที่สังเกตเห็นความพิเศษบางอย่างในตัว และหลังจากได้รับการฝึกฝนเป็นทหารแล้ว เขาก็ได้กลายมาเป็นมหาดเล็กและองครักษ์ขององค์ชายลำดับสี่ผู้มีสิทธิ์ครองบัลลังก์ นั่นคือองค์ชายเลวานเทีย เชย์แธม เขาได้ศึกษากลยุทธ์และศาสตร์การรบ และยังเชี่ยวชาญในศาสตร์เวทโบราณที่สืบทอดกันมาบน DioField หลายชั่วอายุคน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังมีลูกน้องมากฝีมือใต้สังกัดมากมาย และยังเชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งกลอุบายด้วย

เฟรเดร็ต เลสเตอร์

หนึ่งในสี่ผู้นำแห่งบลูฟ็อกซ์ เขาและอันดริอัสรู้จักกันมาตั้งแต่วัยเยาว์ และยังแน่นแฟ้นราวกับเป็นพี่น้องแท้ ๆ เพราะผจญกับสถานการณ์เสี่ยงตายร่วมกันมา เขาเป็นคนจิตใจดีและใสซื่อที่อาจเป็นเพราะเติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติอันงดงาม ผู้คนต่างชื่นชมเขาในความตรงไปตรงมาและความซื่อสัตย์ แต่ว่าเขาเองก็มักจะหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ เขามีคุณสมบัติทางกายภาพที่ยอดเยี่ยม และสามารถเป็นทหารราบได้สบาย แต่เลือกที่จะใช้ทักษะการขี่ม้าอันยอดเยี่ยมของตนกระโจนไปทั่วสนามรบบนหลังม้ามากกว่า

อิสคาริออน คอลเชสเตอร์

หนึ่งในสี่ผู้นำแห่งบลูฟ็อกซ์ บุตรชายของขุนนางลำดับเล็ก เขาทำตามธรรมเนียมของตระกูลคอลเชสเตอร์โดยเข้าร่วมกับภาคีอัศวินท้องถิ่น แต่เมื่อเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น เขาก็ออกเดินทางเป็นอัศวินพเนจร ตระเวนไปทั่วอาณาจักรโดยลำพัง แม้ว่าจะเหม่อลอยบ่อยครั้งแต่เขาก็ไม่เคยละทิ้งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ และเพราะเหตุนี้จึงได้รับความนับถือจากบรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอมา เขาเป็นมือธนูอัจฉริยะซึ่งฝีมือเช่นนี้เองที่ช่วยเขาได้มากในฐานะทหารรับจ้าง

วัลตาควิน เรดดิทช์

หนึ่งในสี่ผู้นำแห่งบลูฟ็อกซ์ และยังเป็นสตรีสูงศักดิ์จากตระกูลเรดดิทช์ผู้มีชื่อเสียง เธอคือบุตรีของหนึ่งในขุนนางคนสำคัญของ Suffield จึงทำให้อาจเอาแต่ใจตัวเองและเย่อหยิ่งบ้าง แต่ว่าความสง่างาม ความฉลาดและความงดงามของเธอเป็นสิ่งที่ใครก็ไม่ปฏิเสธ เธอเริ่มสนใจเวทมนตร์ตั้งแต่อายุยังน้อย และหลังจากที่เฝ้าศึกษาศาสตร์แห่งเวทโบราณมาอย่างคร่ำเคร่ง เธอจึงได้กลายเป็นนักเวทผู้ไร้ที่ติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

ข้ามไปยังทูลบาร์