News Previews

พรีวิว Chiyo หลังลองต้องบอกว่า…

by Reviewer Ocelot

พรีวิว Chiyo หลังลองต้องบอกว่า…

พรีวิว CHIYO เกมนักสืบพลังจิตในแมนชันหลอน

ถ้าใครไม่คุ้นกับผลงานของสตูดิโอนี้มาก่อน ต้องบอกว่าทีมนี้เคยทำเกมในลักษณะเดียวกันและวางจำหน่ายบน Steam แล้ว ในชื่อ Malice โดยตัวเกมจะมีลักษณะคล้ายกันคือ การเป็นเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ที่เน้นไปที่การไขปริศนาในสถานที่ลึกลับและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ชวนขนหัวลุก ซึ่งเราก็เคยรีวิวถึงเกมนี้ไปแล้วเหมือนกัน

ถ้าให้พูดตามตรง การจะทำให้เกม Chiyo ที่เป็นเหมือนผู้สืบทอดทางจิตวิญญาณออกมาประทับใจน้อยกว่า Malice ดูจะต้องใช้ความพยายามที่จะทำแบบนั้นมากเลยทีเดียว

และหลังจากได้ลองช่วงทดสอบเล่นมาแล้ว นี่คือประสบการณ์แบบพยายามจะเคลือบน้ำตาลให้มากที่สุดของผม

เนื้อเรื่องย่อของเกม

Chiyo เล่าเรื่องราวของ Idate Chiyo หญิงสาวที่ทำหน้าที่เหมือนนับสืบเรื่องเหนือธรรมชาติในช่วงยุคเอโดะที่ถูกส่งไปสืบสวนความลับดำมืดของครอบครัวหนึ่งในแมนชันร้าง ซึ่งความเป็นนักสืบเรื่องแบบนี้ ทำให้นางต้องใช้ทักษะแนวพลังจิตที่เหนือธรรมชาติมางัดกับสิ่งที่เจอ Chiyo จะมีความสามารถประหลาดจากการทำท่าประสานมือเหมือนนารูโตะ เช่น การจุดไฟให้สว่างบนปลายนิ้ว การใช้มนต์ล้างวัตถุต้องสาปอย่างประตู การใช้พลังเนตรที่จะช่วยนำทางไปสู่สิ่งของสำคัญ

ความรู้สึกหลังลองเล่น

สิ่งที่สัมผัสได้อย่างแรกเลยคือ Chiyo ก็คือ Malice ในเวอร์ชันที่มันควรจะเป็นมากกว่าเดิม ทั้งเรื่องของการตัดระบบที่ต้องมีผู้เล่นสองคนถึงจะเล่นเกมได้ออกไป (ซึ่งนับว่าเป็นอะไรที่กล้าหาญมากที่ Malice เคยทำแบบนั้น) แล้วใส่ตัวละครเอกที่มีการให้เสียงพากย์ทำให้เรารู้สึกเข้าถึงเรื่องราวในเกมได้มากขึ้น ส่วนคำวิจารณ์เรื่องความยากของปริศนาก็มีการนำมาปรับปรุง ทำให้มันทุเลาลงด้วยการใส่สกิลให้ Chiyo สามารถมองมองเห็นไอเทมสำคัญได้ (ตัวไอเทมจะเรืองแสง)

น่าเสียดายว่าสิ่งที่เขียนไปด้านบน มันคือการไปลดส่วนที่ติดลบอยู่แล้วใน Malice ให้มันน้อยลง เพื่อที่จะทำให้ผู้เล่นมาอยู่ในจุดที่สามารถมีน้ำอดน้ำทนในการเล่นเกมนี้ต่อไปได้ แต่พอผมเล่นถึงช่วงที่ Chiyo เดินเข้าไปในแมนชันร้างแล้ว ผมก็รู้สึกได้ทันทีว่ารากปัญหาสำคัญในงานออกแบบปริศนาของค่ายนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือ พยายามแล้วแต่มันก็ยังไม่พอ

อย่างแรกเลยก็คือการปล่อยไอเทมกระจายไปทั้งฉาก เพื่อที่จะให้ผู้เล่นต้องเลือกไอเทมให้ถูกชิ้นจริง ๆ เพื่อจะแก้ปริศนาได้ ซึ่งก็คือการบีบให้ไปอ่านเอกสารมาก่อน เช่น เกมจะใส่พัดสามอัน ลายไม่ซ้ำกันออกมา เพื่อที่จะให้ผู้เล่นต้องไปอ่านเอกสารบทกวีที่พรรณนาฉากธรรมชาติ แล้วผู้เล่นจะได้รู้ว่าต้องใช้พัดลายไหน ความจริงเกมไม่ต้องทำถึงขั้นนี้ก็ได้ เพราะปริศนาจริงในเกมมันมีความซับซ้อนมากพออยู่แล้ว ยิ่งมีกำแพงทางภาษาเข้ามาอีก ปริศนาที่ควรจะออกมาท้าทาย ก็จะกลายเป็นน่ากดปิดเกม

ดูเหมือนผู้พัฒนาเลือกจะทำให้ทุกอย่างมันดูยากขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะการยัดเอกสารต่าง ๆ เข้ามานับสิบ ซึ่งยิ่งเพิ่มความสับสนเข้าไปอีกว่า เอกสารไหนใช้กับปริศนาไหน ผมเดาว่าการที่เขาบังคับให้ผู้เล่นต้องอ่านเอกสารเพื่อหาทางแก้ปริศนา ส่วนหนึ่งก็เพื่อจะให้ซึมซับกับเนื้อเรื่องของครอบครัวลึกลับนี้ไปด้วย

ยังไม่พอ ระบบช่องเก็บของในเกมก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีพัฒนาการอะไรขึ้นจาก Malice เหตุการณ์ช่องเก็บของเต็มแล้วต้องไปคอยวาง คอยตามเก็บไอเทม ก็ยังมีให้รำคาญใจอยู่ ทั้งที่มันไม่น่าจะยากเย็นอะไรเลยถ้าจะทำให้ช่องเก็บของตัวละครเก็บของได้มากพอ ลำพังแค่เดินแก้ปริศนาชีวิตก็ยากลำบากอยู่แล้ว

ส่วนเรื่องความน่ากลัวของเกม เกมยังใช้รูปแบบการหลอกหลอนแบบจัมป์สแกร์ ซึ่งก็ยอมรับว่าหลายจุดก็ได้ผล แต่หลายจุดที่ดูแล้ว “ฝืน” เหลือเกินก็มี เช่น ช่วงที่ผมแก้ปริศนาบนชั้น 2 ได้ แล้วเกมก็จะทำให้เราลงมาชั้นหนึ่งไม่ได้ ต้องวิ่งหนีผีบนชั้น 2 แล้วก็แก้ปริศนาไปด้วย มันฟังดูน่าสนใจในทางทฤษฎี แต่พอได้เล่นจริง ด้วยความที่กราฟิกยังไม่ถึงขั้น และเดิมพันตอนเราโดนผีหลอกก็ไม่ได้สูง คือถ้าเราเจอผี มันก็จะทำเราสะดุ้งนิดนึงแล้วผลักเรากลับไปห้องเดิมซ้ำ ๆ มันไม่ได้สะท้อนงานออกแบบวิธีการหลอกผู้เล่นที่ดี

สรุป แม้ว่า Chiyo จะมีพัฒนาการหลายอย่างจาก Malice แต่ประเด็นคือ มันเป็นอาการดีขึ้นเหมือนติดลบจาก 10 ไปเป็นเหลือติดลบ 3 ซึ่งก็ยังไม่พ้นเส้นแบ่งที่จะทำให้เกมนี้เป็นเกมที่พอเล่นได้อยู่ดี ผมยังไม่ได้พูดถึงการใช้ Asset เดิมไปมา การเปลี่ยนผ่านฉากที่ดูไม่เนียนอย่างชัดเจน และอีกมากมาย ก็ได้แต่หวังว่าทีมพัฒนาจะเก็บเกี่ยวความคิดเห็นในช่วงทดลองเล่นไปใช้จริงให้มากที่สุดก่อนที่จะมีการปล่อยเกมจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์