Games Reviews

7th Guest VR – รีวิว [REVIEW]

7th Guest VR – รีวิว [REVIEW]

*ขอขอบคุณโค้ดรีวิวจาก Plaion Asia มา ณ โอกาสนี้ครับ
**รีวิวนี้เล่นบน PlayStation VR2

เกม 7th Guest หรือแขกคนที่ 7 นี้ เดิมทีเป็นเกมผจญภัยสไตล์อินเตอร์แอคทีฟที่มีการใช้คนแสดงเป็นส่วนประกอบในปี ค.ศ.1993 บน PC ครับ รูปแบบการเล่นก็คือเราจะใช้เมาส์เลือกจุดที่จะเดินไป พอคลิกแล้วตัวเราก็จะเดินไปในทิศทางที่กำหนด ซึ่งเกมก็จะมีการกำหนดสิ่งที่เราสำรวจได้เอาไว้เพื่อแก้ปริศนาและดำเนินเรื่องราวต่อไป หากใครเคยเล่นเกมอย่าง Myst หรือ D’s Diner ก็คงคุ้นเคยกันดี

และเมื่อปลายปี ค.ศ.2023 ที่ผ่านมา เกมนี้ก็ได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบ VR ที่ผมจะมาบอกเล่าความรู้สึกให้ได้ฟังกันครับ


เนื้อเรื่อง

สำหรับเซ็ตติ้งของเกมนั้น ยังคงมีลักษณะเดียวกันกับตัวเกมต้นฉบับ นั่นคือเราจะรับบทเป็นวิญญาณหลงทางผู้ที่เดินทางไปยังคฤหาสน์ของเฮนรี สตาฟ (Henry Stauf) และได้เห็นภาพความทรงจำของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งเดิมทีสตาฟได้เชิญแขกจำนวน 6 คนมาเยือนคฤหาสน์ของตน อันได้แก่มาร์ทีน เบอร์เดน (Martine Burden), เอ็ดเวิร์ด น็อกซ์และเอลินอร์ น็อกซ์ (Edward Knox & Elinor Knox), จูเลีย เฮน (Julia Heine), ไบรอัน ดัตตัน (Brian Dutton) และแฮมิลตัน เทมเพิล (Hamilton Temple)

ทุกคนที่มาเยือนนี้ แม้ว่าเบื้องหน้าจะมีชีวิตที่สวยหรูดูดี หากแต่แท้จริงแล้วต่างก็ประสบปัญบางอย่างกันหมดบ้างก็การเงิน บ้างก็อาชีพ บ้างก็ปัญหาครอบครัว ซึ่งในคฤหาสน์นี้ แขกทุกรายต่างก็พบกับปริศนาต่าง ๆ มากมายที่สตาฟเตรียมเอาไว้ให้ พร้อมกับบอกให้แขกนำตัวแขกคนที่ 7 ซึ่งเป็นเด็กชายผู้ลอบเข้ามาในคฤหาสน์ให้กับตนเพื่อแลกกับเงินรางวัล แต่พวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ในส่วนของเนื้อหาเกมนั้น แม้ว่าจะอ้างอิงมาจากเกมสมัยปี 1993 แต่ว่าในแง่ของความลึกลับและความจริงที่ค่อย ๆ เปิดเผยออกมานั้นทำได้ดีและน่าติดตามครับ บุคลิกลักษณะนิสัยของแขกในคฤหาสน์แต่ละคนนั้นทำออกมาได้โดดเด่นและเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งจุดนี้ผมคิดว่าต้องยกประโยชน์ให้กับบรรดานักแสดงแต่ละคนที่มารับบทเป็นแขกในเกมนี้ครับ แต่ละคนแสดงสีหน้าท่าทางได้สมบทบาทไม่เลวเลย

นอกจากปริศนาของเกมแล้ว ก็มีในส่วนของเรื่องราวในเกมนี่ล่ะครับที่ทำให้รู้สึกอยากเล่นต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร มันเคยเกิดอะไรขึ้นในคฤหาสน์แห่งนี้ และถึงแม้ว่าโทนของเกมจะเป็นแนวสยองขวัญ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรตุ้งแช่ชวนตกใจครับ อารมณ์เหมือนเป็นบ้านผีสิงที่เน้นบรรยากาศมากกว่าจะตั้งใจให้กลัว ดังนั้นแม้ว่าคุณจะไม่ถูกกับเกมสยองขวัญก็สามารถเล่นได้


เกมเพลย์

สำหรับเกมเพลย์ของ The 7th Guest VR นี้ ยังคงยึดรากฐานจากเกมต้นฉบับที่เน้นการแก้ปริศนาเพื่อหาทางไปต่อ ลูปการเล่นจะมีลักษณะว่าในแต่ละบทจะมีห้องที่เปิดให้คุณสำรวจได้บางห้อง และเมื่อคุณทำการไขปริศนาที่เกมกำหนดในแต่ละห้องได้แล้ว เกมก็จะเปิดให้คุณออกสำรวจห้องอื่น ๆ ต่อไปครับ

ปริศนาของเกมนี้ทำออกมาได้ดีมากถึงมากที่สุด ใครเป็นคนที่ชื่นชอบเกมผจญภัยไขปริศนาเยอะ ๆ รับรองว่าต้องชอบแน่นอน เพราะทุกอย่างจะทำให้คุณต้องช่างคิด ต้องช่างสังเกต ซึ่งก็มาในหลากหลายรูปแบบมาก แต่ละปริศนานั้นสดใหม่และออกแบบมาได้สนุกทั้งเกม

องค์ประกอบหนึ่งที่ผมคิดว่าทีมงานทำออกมาได้เจ๋งไม่เบาก็คือตะเกียงที่ตัวเรามีครับ ซึ่งเซ็ตติ้งที่เราเล่นก็คือคฤหาสน์ที่อยู่ในสภาพรกร้างปรักหักพัง แต่ตะเกียงของเราจะทำหน้าที่ฟื้นสภาพให้กับสิ่งที่แตกหักเสียหายได้ รวมถึงเอาไว้ส่องดูคำใบ้ต่าง ๆ ที่อยู่ตามฉาก ซึ่งจุดใดก็ตามที่เราส่องตะเกียงไป จุดนั้น ๆ จะเปลี่ยนสภาพกลับไปเป็นเหมือนตอนก่อนจะผุพัง ผนังที่วอลล์เปเปอร์ลอกและสีซีดก็จะดูเหมือนใหม่ ต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาก็กลับมาสีสดเหมือนเดิม (แต่พอเลิกส่องก็กลับไปเฉานะ)

แล้วถามว่าถ้าเกิดปริศนามันยากเกินไปจนไขปริศนาไม่ได้ล่ะจะทำยังไง? เกมนี้เราจะมีกระดานวีจา (Ouija) ให้ใช้ครับ เรียกง่าย ๆ ก็คือมันเป็นเมนูแผนที่นั่นล่ะ เพียงแต่ว่าเมื่อเราเข้าไปแต่ละห้องที่มีปริศนาให้แก้ เราจะสามารถกดดูคำใบ้ได้ ซึ่งคำใบ้ในเกมนี้มี 2 ระดับด้วยกัน ระดับแรกเกมจะใบ้มาในลักษณะเป็นกลอน ซึ่งถ้าคุณรู้สึกว่ามันไม่ช่วยอะไรเลย ระดับที่สองจะเริ่มบอกกันตรง ๆ ว่าให้ไปสำรวจอะไร และควรทำอย่างไรถึงจะผ่าน

แต่หากว่าจนแล้วจนรอดคุณเล่นยังไงก็ไม่ผ่าน เกมก็มีระบบอำนวยความสะดวกให้คุณข้ามปริศนานั้นไปได้เลย โดยแลกกับเหรียญสตาฟที่มีให้เก็บตามที่ต่าง ๆ ในเกม เรียกได้ว่าไม่ต้องกังวลว่าจะไม่จบครับ


กราฟิกและการนำเสนอ

ในส่วนของกราฟิกนี้ ผมคิดว่าเกมนี้ทำออกมาได้สวยงามดีและคมชัดใช้ได้ครับ รายละเอียดพื้นผิวโมเดลต่าง ๆ นั้นแม้ว่าจะมีการลดทอนลงไปตามแบบของเกม VR แต่ผลงานที่ออกมาก็ถือว่าดูดีมากแล้ว โดยเฉพาะรายละเอียดเวลาส่องไฟตะเกียงไปตามวัตถุต่าง ๆ แล้วเราได้เห็นรายละเอียดที่ตัดกันของจุดที่ไฟส่องกับจุดที่ไม่โดนแสงไฟบนวัตถุชิ้นเดียวกันนี่ ถือเป็นอะไรที่เข้าท่าครับ

โทนนำเสนอของเกมเป็นแนวสยองขวัญเหมือนบ้านผีสิงอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ แต่จุดหนึ่งที่ทำให้ผมชอบในแง่ของการเซ็ตมู้ดและโทนก็คือบรรดาภาพวาดต่าง ๆ ที่ประดับประดาทั่วคฤหาสน์ครับ แต่ละภาพที่ดูปกติธรรมดา พอผมลองเอาไฟส่องมันก็จะเปลี่ยนรายละเอียดไปกลายเป็นภาพสยองขวัญแทน ภาพคนนั่งที่ดูไม่มีอะไร พอเอาไฟส่องบางทีก็กลายเป็นหัวขาดอะไรแบบนั้นไปเลย

อีกจุดที่ต้องชมในแง่การนำเสนอ ก็คือในส่วนของฉากคนแสดงครับ เกมนี้เลือกใช้ภาพคนแสดงจริงผสมกับเกมเหมือนต้นฉบับ ซึ่งแต่ละจุดที่ออกมาก็เนียนและกลมกลืนไปกับตัวเกมไม่เบาครับ เรียกได้ว่าจับเอาบรรยากาศคลาสสิกมาได้ครบแต่ปรับให้ทันสมัยขึ้น


เสียงเพลงประกอบ

เพลงประกอบในเกมนี้หลัก ๆ จะเป็นธีมเอื่อย ๆ ที่ฟังดูสบาย ๆ แต่ก็ชวนหลอนอยู่ แต่เกมตั้งใจเน้นให้คนเล่นใช้สมาธิขบคิดแก้ปริศนามันเลยไม่มีเพลงที่จังหวะกระแทกกระทั้น และไม่มีช่วงที่จู่ ๆ ระดับเสียงมันก็ดังขึ้นมาให้ตกใจ ไม่มีอะไรให้ตกใจครับ ถ้าตัดเรื่องเซ็ตติ้งสไตล์บ้านผีสิงออกไป เพลงประกอบนี่ค่อนข้างจะฟังสบายด้วยซ้ำ


สรุป

The 7th Guest VR นี้เป็นเกมที่เซอร์ไพรส์ผมค่อนข้างมาก เพราะปริศนาในเกมนั้นออกแบบมาได้สนุก เพลินและชวนให้คิดตลอดเวลา หากคุณชอบเกม VR แบบที่ไม่ใช่เกมยิง และชอบการแก้ปริศนาล่ะก็ สามารถเล่นได้ไม่ผิดหวังแน่นอนครับ หากจะมีสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำหรับหลายคนก็คงไม่พ้นว่ามันต้องซื้ออุปกรณ์ VR นี่ล่ะครับ

The Review

90% คฤหาสน์พิศวง ดงวิญญาณหลงทาง

The 7th Guest VR คือเกมที่ใช้ประโยชน์จาก VR มาผสานเข้ากับเกมไขปริศนาสไตล์ Escape Room ได้อย่างลงตัว ปริศนาในเกมนั้นสนุก ฉลาด และมีอะไรใหม่ ๆ ให้ผู้เล่นได้ขบคิดเสมอ

90%

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข้ามไปยังทูลบาร์